โครงการประกวดดนตรีเยาวชนชิงถ้วยพระราชทานแห่งประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของ บริษัท โคคาโคลา ประเทศไทย จำกัด ได้เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2533 และได้จัดต่อเนื่องมาตลอดเป็นเวลา 6 ปี และช่วงเวลาของการประกวดรอบคัดเลือกของแต่ละปีนั้นจะอยู่ในช่วงเดือน พฤศจิกายนและการประกวดรอบชิงชนะเลิศนั้นจะอยู่ในช่วงประมาณเดือนมกราคมของปี ต่อมา(ยกเว้นครั้งที่ 3 ซึ่งจัดที่จุฬาฯที่ล่วงเลยไปถึงเดือนเมษายน)  ช่วงเวลาของการดำเนินการแต่ละครั้งนั้นจะคาบเกี่ยวระหว่างปี  แต่จะถือเอาปีของการเริ่มต้นโครงการเป็นสำคัญ เช่น ครั้งแรกนั้นจัดในปี พ.ศ.2533 (ค.ศ.1990) ก็จะใช้ชื่อว่า  Thailand Coke Music Awards 1990  แม้ว่าโครงการจะไปสิ้นสุดในปี 2534 (1991) ก็ตาม


Thailand Coke Music Awards 1990  (ครั้งที่ 1)   ปี พ.ศ. 2533    

                ปลายปี พ.ศ.2533  เราได้รับหนังสือจากกรมการฝึกหัดครู ให้รับเป็นเจ้าภาพในการจัดประกวดดนตรีเยาวชน ชิงถ้วยพระราชทาน  Thailand Coke Music Awarsd 1990   รอบคัดเลือกตัวแทนกรมการฝึกหัดครู  โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือของบริษัท โคคา โคล่า ประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ (สยช.)  กรมการฝึกหัดครู  และทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ   โดยการประกวดนั้นแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ วงสตริง,  โฟล์คซอง  และขับร้อง  

                การประกวดรอบคัดเลือกครั้งแรกนี้ มีวิทยาลัยครูเข้าร่วมประมาณ  12  แห่งจากจำนวนที่มีอยู่ทั่วประเทศ  36 แห่ง เพื่อหาตัวแทนกรมการฝึกหัดครูประเภทละ  2  ทีมเพื่อไปแข่งขันกับตัวแทนของสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆทั่วประเทศ  โดยในประเภทวงสตริงนั้น ผู้ชนะเลิศของกรมการฝึกหัดครูได้แก่วงจากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์  อันดับสองคือวง CTC  90  ของวิทยาลัยครูจันทรเกษมเรา  ส่วนในประเภทโฟล์คซองนั้น  จำไม่ได้ว่าใครได้กันบ้าง  และประเภทขับร้องคนที่ได้เป็นตัวแทนรู้สึกจะเป็นนักศึกษาจากวิทยาลัยครูสวน สุนันทา(ชื่อเอ๊ะ) กับวิทยาลัยครูเพชรบูรณ์ (ต่อ– เอกภพ เกียรติพิริยะ ซึ่งในปีต่อมาก็ย้ายมาเรียนที่จันทรเกษม)  แต่ใครจะเป็นที่หนึ่งใครเป็นที่สองก็จำไม่ได้แล้ว

                การประกวดรอบสอง จัดที่เวิร์ลเทรด  เซ็นเตอร์ เพื่อหาทีมที่จะเข้าไปประกวดรอบชิงชนะเลิศที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรม ในเดือนมกราคม 2534   ปรากฏว่าในประเภทโฟล์คซองและขับร้องนั้นตัวแทนของกรมการฝึกหักครูต่างทะยอ ยตกรอบกันหมด เหลือแต่เพียงประเภทวงสตริงเท่านั้น ที่ยังเหลือวง  “CTC-90″  ของเราที่ฝ่าฟันเข้ามาจนถึงรอบชิง คู่แข่งเท่าที่จำได้ก็มี  รามคำแหง  ที่มี  “ปื๊ด“สมา  สวยสด ร้องนำ, วงของพานิชยการพระนคร ที่มี “โก้” เป่าแซ็ก  วงจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ  มหาวิทยาลัยหอการค้า

                ผลการประกวดในรอบชิงชนะเลิศ ปรากฏว่าวงจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้รับรางวัลชนะเลิศไป  ส่วน ” CTC-90 “  ของเราได้เพียงรองชนะเลิศอันดับ 1   สมาชิกของวงก็ประกอบด้วย

                                1.  นายสมชาย  วงษ์กำภู (ชาย)                   เปียโน

                                2.  นายชันษา  เมตตาพันธุ์  (มหา)                คีย์บอร์ด

                                3.  นายธีระศักดิ์  วิหกทอง (หนุ่ม)                 กลอง

                                4.  นายจีระศักดิ์  มีผลกิจ   (ตึ๋ง)                  เบส

                                5.  นายวรพจน์  ญาณฤทธิ์เดช (ตัวเล็ก)           กีตาร์

                                6.  นายฤทธิศักดิ์  เดชาเลิศ (โภชน์)               กีตาร์-ร้องนำ

                                7.  นายพิพัฒน์  ทองระอา (พัฒน์)                แซ็กโซโฟน

                เพลงที่เล่นในรอบชิงวันนั้นก็มี

                               -  เพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียน ของ Infinity

                               -  Flowers on the sand

                               —  Night Birds

                ประเภทโฟล์คซอง  เป็นของวง “นักเดินทาง”    จากเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ส่วนประเภท

ขับร้อง เป็นของรามคำแหง โดย “กบ” ดวงฤทัย  ดีแฉล้ม


Thailand Coke Music Awards 1991  (ครั้งที่ 2)  ปี พ.ศ. 2534   

                เรายังคงได้รับมอบหมายจากกรมฯ ให้เป็นเจ้าภาพจัดรอบคัดเลือกเหมือนเดิม โควต้าจำนวนวงของกรมการฝึกหัดครูก็ยังเท่าเดิม คือประเภทละ  2  ทีม    คราวนี้ในประเภทวงสตริง  ยักษ์ใหญ่ทางด้าน ดนตรีระดับอุดมศึกษาอย่างบ้านสมเด็จฯก็มาด้วย  และวงที่ได้เป็นตัวแทนของกรมฯ คือวงบ้านสมเด็จฯกับวงของเรา  ปีนี้เราใช้ชื่อวงว่า Nature Boys สมาชิกเกือบทั้งวงคือหน้าเดิม ที่เปลี่ยนไปก็เพียงมือเบสที่ให้ยอดชัย  วงษ์สุวรรณ ที่ปีก่อนนี้เล่นให้รามฯ คว้าแชมป์ไปแล้ว เล่นแทนจิระศักดิ์ หรือ คุณตึ๋ง  เพลงที่เล่นก็มี  Sir Duke   ที่จำได้ก็เพราะว่ามีเล่นตลกด้วย  คือมีการทำเป็นคนตาบอด (เพราะเป็นเพลงของ Stevie Wonder)ใส่แว่นดำ แล้วให้เพื่อนจูงมือออกมา แล้วก็เพลง Rio Funk อีกเพลงเป็นเพลงไทยของ เบิร์ด  ธงไชย แมคอินไตย์  ชื่อเพลง “ใจน้อย”      การประกวดรอบชิงชนะเลิศในปีนี้จัดที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์     

                ผลการประกวดปีนี้ วงจากบ้านสมเด็จฯ คว้าแชมป์  ส่วนเราได้แค่รองชนะเลิศอันดับ 1  อีกเช่นเคย แต่ก็เป็นการประกาศความยิ่งใหญ่ทางด้านดนตรีของ 2 วงจากวิทยาลัยครูเลยทีเดียว    ส่วนประเภทขับร้องเป็นของสุภาวดี  บุญมี จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง


Thailand Coke Music Awards 1992  (ครั้งที่ 3) ปี พ.ศ.2535   

                รอบคัดเลือกปีนี้ไปจัดกันที่วิทยาลัยครูกำแพงเพชรโน่น  ประเภทสตริง เราชนะเลิศ  รองลงมาคือบ้านสมเด็จ (อาจารย์ต้อมอยู่ในชุดของบ้านสมเด็จฯชุดนี้ด้วย) ประเภทโฟล์คซอง  จำไม่ได้ว่าใครได้ไปกันบ้าง   แต่ประเภทขับร้องของเราได้มาทั้ง 2 คน ที่หนึ่งชื่อ “จุ๋ม”  เป็นเด็กเอกภาษาอังกฤษ ส่วนที่ 2 ชื่อ “หนุ่ย” เอกนาฏศิลป์

                ในรอบชิงชนะเลิศปีนี้จัดที่หอประชุมจุฬาฯ วงที่เข้ารอบชิงก็มี จุฬาฯ(Modern Dog), หอการค้า, มหิดล, บ้านสมเด็จฯ  แล้วก็เราซึ่งปีนั้นใช้วงว่า The Youth   เพลงที่ใช้ประกวดครั้งนี้ก็มีเพลง เพื่อนเอยของ “เต๋อ” เรวัต พุทธินันทน์,  เพลงนักดนตรีก็ประกอบด้วย

                                นายนภดล  แก้วแดง (หนิง)                        กีตาร์

                                นายพิจารณ์  นาวีภาพ (จิว)                        กีตาร์

                                นายเทพผจญ  พันธุ์พงษ์ไทย(อ้วน)                กลอง

                                นายอดิศร  ปัญญามี (ปื๋อ)                          เบส

                                นายกริตย  เฉลิมราษฎร์ (หุ่น)                      คีย์บอร์ด

                                นายผไท  พ่วงจีน (หนึ่ง)                          เปียโน

                                นายเอกภพ  เกียรติพิริยะ (ต่อ)                     ร้องนำ 

                ผลการประกวดในปีนั้น วงเจ้าถิ่นจุฬาฯ (Modern Dog) คว้าแชมป์ไปแบบมีเสียงโห่มาจากหลังเวทีซึ่งเป็นกลุ่มนักดนตรีที่เล่น Back Up ให้นักร้องประกวด  เนื่องจากค้านสายตาคนดู  เพราะทั้งวงของจุฬาฯ มี “เจ้าป๊อด” คนเดียวที่เข้าท่า องค์ประกอบอื่นๆในวงนั้นป้อแป้ทุกคน  รองชนะเลิศอันดับ 1 เป็นของหอการค้า ซึ่งต่อมาก็แตกไปเป็น Black head บ้าง Smile Buffalo บ้าง,     รองชนะเลิศอันดับ 2   เป็นของมหิดล ซึ่งในสายตาผมน่าจะเป็นวงที่ชนะเลิศของปีนั้น  แต่นั่นแหละนะ  สิ่งที่ไม่คาดคิดนั้นอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ปีนั้นจันทรเกษมกับบ้านสมเด็จฯ กอดคอกันผิดหวัง

                ผลของประเภทโฟล์คซองนั้นจำไม่ได้เลย จำได้แต่ประเภทขับร้อง เป็นของรุ่งรัตน์ กุยสุวรรณจาก มศว.ประสานมิตร


Thailand Coke Music Awards 1993  (ครั้งที่ 4)  ปี พ.ศ.2536   

                ปีนี้รอบคัดเลือกกรมการฝึกหัดครูไปจัดกันที่วิทยาลัยครูสงขลาโน่น และเนื่องจากทางผู้จัดคงเห็นว่ามาตรฐานทางดนตรีของวงจากวิทยาลัยครูอยู่ใน เกณฑ์ดีละกระมัง ?   เลยเพิ่มโควต้าให้อีก 1 ทีมเป็นประเภทละ 3  ทีม ผลในรอบคัดเลือกในประเภทสตริงก็มี  จันทรเกษม  บ้านสมเด็จฯ   และเจ้าภาพสงขลา  แต่จำไม่ได้ว่าใครเป็นที่ 123,  ประเภทโฟล์คซอง  เจ้าภาพสงขลามาเป็นที่ 1 จันทรเกษมซึ่งได้ “เจ้าดาว“อิศรทรรศน์  ภิรมย์ ซึ่งเล่นกีตาร์เองร้องเอง  มาเป็นที่ 2 ส่วนที่ 3 จำไม่ได้  ประเภทขับร้องปีนั้นจันทรเกษมซึ่งได้ “ดามพ์”  วรชาติ  โยธพล (เด็กดนตรีไทยที่มาเอาดีทางร้องเพลงสากล) มาเป็นตัวแทน  ก็มาเป็นที่ 1  นอกนั้นจำไม่ได้

                ผ่านรอบสองจนมาถึงรอบชิง ปีนี้จัดที่ MBK Hall ห้างมาบุญครอง  ประเภทสตริง วงของเราปีนี้ส่งวง  The Youth  ที่มีหน้าเก่าจากปีที่แล้วผสมกับหน้าใหม่ ๆ  ( ในรอบคัดเลือกที่สงขลานั้นเราส่งไป  2 วง แต่ให้ไปเล่นโชว์เฉยๆ วงหนึ่ง)  สมาชิก “The Youth  ”  ในชุดนี้ประกอบด้วย

                               นายเทพผจญ  พันธุ์พงษ์ไทย                     กลอง     

                               นายอดิศร  ปัญญามี                              เบส

                               นายผไท  พ่วงจีน                                เปียโน

                               นายเอกภพ  เกียรติพิริยะ                         ร้องนำ

                               นายวีรยุทธ  จุนนารัตน์                           กีตาร์

                               นายทิวา  จันทรกูล                              แซ็กโซโฟน 

                 วงของเราเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเป็นปีที่ 4  ร่วมกับวง Six Nature  จากรามคำแหง ที่มี นายฐิติ  พันธุ์อร่าม เด็กของเราไปเล่นให้อยู่ด้วย, วง  ” เดอะแจม “  จากเกษตรศาสตร์,  วง “ลีโอ”  จากABAC, วง “The Willow” จากบ้านสมเด็จฯ  เพลงที่เลือกมาเล่นปีนี้มีเพลงไปชนกับวงของเกษตรเพลงหนึ่ง คือ Spain อีกสองเพลงเป็นเพลงแต่งชื่อ ” เพลงเพื่อเด็ก ” และอีกเพลงเป็นเพลงสากลDown to the Night Club ของ Tower of  Power   แม้ว่าปีนี้จะเป็นปีที่ 4  แล้วที่เราเข้ามาถึงรอบชิง  แต่ก็ไปไม่ถึงดวงดาวอีกเช่นเคย  คราวนี้ได้รองชนะเลิศอันดับ 2 วงที่ชนะเลิศคือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รองฯอันดับ 1  คือวงจากบ้านสมเด็จฯ ( ก่อนถึงวันประกวดรอบชิง 1 วันมีวางมวยกันนิดหน่อยระหว่างปื๋อกับอ้วน เล่นเอาต้องเคลียร์กันพักใหญ่ เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนไป MBK ต้องไปสั่งอาหารที่ร้านป้าปุ๊ให้ 1 ชุดแล้วก็เรียกให้ทุกคนไปกินข้าวรางเดียว เอ๊ย สำรับเดียวกัน) ปีนั้นถ้าใครจำได้ หลังที่เล่นเพลง Spain จบ ต่อ นักร้องนำของเรากระโดดแอ็คชั่นท่าจบพลาด เซเสียหลักกลิ้งหลุนๆๆๆ ทำเอาคนดูฮากันทั้งHall)

                ส่วนประเภทขับร้องซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่เราฝ่าฟันเข้ามาถึงรอบชิง แต่ก็โชคร้ายที่ต้องไปพบกับคู่ชิงที่เก่งอย่าง “โจ้ ” อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์  จากเทคโนฯ พระจอมเกล้า   ซึ่งใช้เพลง  “อย่าหยุดยั้ง”  และเพลง  “Carrie” ของวง Europe  ทั้ง  2  เพลงสามารถทำให้คนดูทั้ง Hall   มีส่วนร่วมได้อย่างดี ส่วนดามพ์ใช้เพลง  “กลับมาแล้ว”  ของ  ดิ  อิมพอสสิเบิล    และเพลง “If you love me”  ซึ่งคนไม่ค่อยรู้จักเท่าไร  เลยได้แค่รองชนะเลิศ


Thailand Coke Music Awards 1994  (ครั้งที่ 5)   ปี พ.ศ.2537 

                ปีนี้กรมการฝึกหัดครูได้โควต้าเพิ่มขึ้นเป็น 5 ทีม และรอบคัดเลือกของกรมการฝึกหัดครูนั้นไปที่วิทยาลัยครูเทพสตรี ลพบุรี เราส่งทีมดาวรุ่งเข้าประกวดในนามวง  813  สมาชิกก็มีดังนี้

                                นายโอม  เปล่งขำ                       คีย์บอร์ด-ร้องนำ (Sound Walker)

                                นายพูนศักดิ์  จตุรบูล                    กีตาร์                      (Big Ass)

                                นายกอบกิจ  อ่องสุข                    กีตาร์

                                นายธีระ  แสงฤทธิ์                       เบส                        

                                นายต่อตระกูล  ใบเงิน                   กลอง                      (Silly Fool)

                                นายธนาคม  พิทักษ์สงคราม             เปียโน

                                นายวิรัตน์  ทีภูเขียว                     แซ็กโซโฟน

                ก่อนหน้าที่จะเข้าประกวด โอมมีปัญหาที่ตัดสินใจไม่ได้ ในเรื่องของมือเบส ได้เข้ามาปรึกษาว่าจะให้ใครเล่นระหว่างเต้ย (ธีระ) กับ  เก้ (คงพันธุ์)  ซึ่งขณะนั้น เต้ยจะมีประสบการณ์สูงกว่าและช่วยร้องประสานได้  แต่ด้วยความที่ทั้งคู่เป็นเพื่อนรักของโอม จึงทำให้โอมตัดสินใจลำบากเพราะถ้าเลือกเต้ย  ก็กลัวว่าเก้จะเสียใจ หรือถ้าเลือกเก้ ก็กลัวว่าเต้ยจะเสียใจ  จึงต้องตัดสินใจแทนโอมโดยพิจารณาจากความเหมาะสม โดยให้เลือกเอาเต้ยเล่นในปีนี้ ส่วนเก้นั้นขอให้เป็นปีหน้า ซึ่งยังต้องมีการประกวดอีกแน่นอนตำแหน่งอื่นจะเป็นใครก็ได้  แต่ตำแหน่งเบสนั้นต้องเป็นเก้  เบสปีนั้นจึงเป็นเต้ย  หลังจากนั้นจึงได้เรียกเก้มาพบเพื่อทำความเข้าใจ จะได้ไม่น้อยใจหรือโกรธเพื่อน   ซึ่งเก้ก็เข้าใจ  (ต้องขอปรบมือให้กับ สปิริตของเก้ด้วย)

                ผลการประกวดรอบคัดเลือก

                                ที่  1        บ้านสมเด็จ

                                ที่  2        จันทรเกษม

                                ที่  3        พระนคร

                                ที่  4        เจ้าภาพ เทพสตรี

                                ที่  5        สงขลา

               ประเภทโฟล์คซอง  ปีนี้ให้ก้อง (อนุสรณ์  คล้ายวิเชียร) กับปานวาด เล่นคู่กัน และถ้าจำไม่ผิด   รู้สึกว่าจะเป็นแชมป์ในรอบคัดเลือกนี้

                ประเภทขับร้องก็ได้เป็นตัวแทนมาเหมือนกัน คนที่ร้องจำชื่อจริงไม่ได้ จำได้แต่ว่าชื่อ “ดูโอ” ที่เรียนอยู่ได้ไม่นานก็ออกไป   ตอนหลังนี่เป็นข่าวโด่งดังทางหน้าหนังสือพิมพ์พอสมควร

                รอบชิงชนะเลิศปีนี้จัดที่ MCC Hall เดอะมอลล์ บางกะปิ วงที่เข้ารอบมาแต่ละประเภทเท่าที่จำได้ก็มีดังนี้

                ประเภทสตริง

                                จันทรเกษม,   บ้านสมเด็จฯ,   ABAC,   ศิลปากร ฯลฯ

                ประเภทโฟล์คซอง             

                                จันทรเกษม,   ศิลปากร

                ประเภทขับร้อง

                                ศิลปากร,   ธรรมศาสตร์,  รามคำแหง,  มศว.ประสานมิตร

                ผลการประกวด   ประเภททวงสตริง  บ้านสมเด็จฯ คว้าชัยชนะได้ไปอีกครั้ง ส่วนเราได้แค่รองชนะเลิศอันดับ 1  ซึ่งก็ถือว่าเกินความคาดหมาย เพราะเราเอาเด็กใหม่ลงสนาม และปีหน้าตั้งใจว่าจะให้ชุดนี้ลงอีก โดยจะเปลี่ยนเต้ยออก เอาเก้ลงแทนตามข้อตกลง 

ส่วนผลในประเภทโฟล์คซอง ชนะเลิศนั้น เป็นของวงจากรามคำแหง วงของเราได้ที่สอง  ส่วนประเภทขับร้องเป็นของสุชาดา  แสงเหมือนเพชร จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

 

Thailand Coke Music Awards 1995  (ครั้งที่ 6)   ปี พ.ศ.2538   

                ปีนี้รอบคัดเลือกตัวแทนกรมการฝึกหัดครูนั้นลงไปที่ภูเก็ต โควต้าก็ยังคงเป็นประเภทละ  5 ทีมเหมือนเดิม ประเภทวงสตริงของเราก็อย่างที่เกริ่นไว้ก่อนหน้านี้คือส่งทีมเดิมเกือบทั้ง หมด ที่ต้องเปลี่ยนก็แค่เบส  แต่เอาเข้าจริงกลองก็ต้องเปลี่ยนด้วย  ปีที่ผ่านมาต่อตระกูล ใบเงิน(ต่อ Silly Fool)เป็นคนตี แต่ปีนี้ดูเหมือนต่อจะเปิดโอกาสให้เพื่อน คือเมธี  ซึ่งกำลังพัฒนาฝีมือขึ้นมา ดังนั้นวง Music Department ของเราปีนี้สมาชิกจึงประกอบด้วย

                                นายโอม  เปล่งขำ                       คีย์บอร์ด-ร้องนำ (Sound Walker)

                                นายพูนศักดิ์  จตุรบูล                    กีตาร์ (Big Ass)

                                นายกอบกิจ  อ่องสุข                    กีตาร์

                                นายธนาคม  พิทักษ์สงคราม             เปียโน

                                นายวิรัตน์  ทีภูเขียว                     แซ็กโซโฟน

                                นายคงพันธุ์ ประภาศิริสุลี                 เบส                        

                                นายเมธี  อินท์สุวรรณ                   กลอง                     

                คู่แข่งของเราในรอบนี้ก็มีทั้งบ้านสมเด็จฯ  ภูเก็ต (เจ้าภาพ)  สงขลา  สวนสุนันทา  กำแพงเพชร  กาญจนบุรี  นครปฐม  และน้องใหม่ของวงการคือพระนคร วงจากอีสานนั้นจำไม่ได้ว่ามีใครไปบ้าง  ปีนี้วงของเรากำลังร้อนแรง ในขณะที่บ้านสมเด็จฯส่งเด็กใหม่  ผลปรากฏว่าเราผ่านรอบคัดเลือกเข้ามาแบบสบาย  โดยมีวงของสวนสุนันทา สงขลา  พระนคร และบ้านสมเด็จฯ เข้ารอบตามมา

                ประเภทโฟล์คซอง ก็ส่ง  “วงจันทร์จ๋า”  คู่เดิมจากปีที่แล้วลงอีกเช่นเคย   และก็ชนะเลิศเข้ารอบ ตามมาด้วยวง “ก้านภู่กัน” ของสงขลา  นอกนั้นจำไม่ได้เลย ส่วนในประเภทขับร้องนั้นเราได้ “เจ้าปอม“ลูกสาวนอกเอกที่มาคลุกคลีอยู่เป็นตัวแทน วันนั้นไม่รู้ตื่นสนามหรือไง  ร้องเพลงออกอ่าวออกทะเลไปไหนก็ไม่รู้ ตกรอบตามระเบียบวัดผล    ผู้ชนะคือนางสาวภวรันต์  ขวานเพชร  ตัวแทนจากบ้านสมเด็จฯ

                การประกวดผ่านมาถึงรองชิงชนะเลิศอีกครั้ง ปีนี้จัดที่ MCC Hall เดอะมอลล์ บางกะปิเหมือนเดิมวงที่ผ่านเข้าถึงรอบชิงของแต่ละประเภทมีดังนี้

                ประเภทวงสตริง

                                วง “The RIS”                                   จากสถาบันราชภัฏสงขลา

                                วง “Creatutr Core”                           จากมหาวิทยาลัยสยาม

                                วง “Music Department”                     จากสถาบันราชภัฏจันทรเกษม

                                วง “อินทรีย์ทอง”                                  จาก มศว.ประสานมิตร

                                วง “Unicorn”                                    จากสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา

                ประเภทโฟล์คซอง

                                วง “ปกรณ์ชัย”                                     จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

                                วง “ต้นกล้า”                                       จากมหาวิทยาลัยเซ็นต์จอห์น

                                วง “Blue Baby.                                 จากสถาบันราชภัฏพระนคร

                                วง “วงก้านภู่กัน”                                   จากสถาบันราชภัฏสงขลา

                                วง “Folk Man”                                  จากวิทยาลัยแสงธรรม

                                วง “จันทร์จ๋า”                                      จากสถาบันราชภัฏจันทรเกษม

                ประเภทขับร้อง

                                นางสาวนิยดี  วรรณศิริ                             จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล

                                นางสาวสุรางรัตน์  รักสุข                           จากมหาวิทยาลัยศิลปากร

                                นางสาวภวรันต์  ขวานเพชร                        จากสถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

                                นางสาวกรพินธุ์  พ่วงโพธิ์                          จาก มศว.ประสานมิตร

                                นางสาวตวงพร  จันทรโรจน์                        จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

                ผลการประกวดประเภทวงสตริง วง Music Department ของเราได้รับการตัดสินให้เป็นผู้ชนะเลิศแบบชนิดที่รอฟังผลด้วยความมั่นใจ หลังจากที่รอคอยมาถึง 5 ปี ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศทุกครั้ง แต่ไม่เคยได้สัมผัสกับรางวัลชนะเลิศเลย 

ประเภทโฟล์คซองเป็นของวง “ก้านภู่กัน” จากสถาบันราชภัฏสงขลา ส่วนจันทร์จ๋าของเราได้แค่ที่  2  (อีกแล้ว) ในประเภทขับร้อง ผู้ชนะเลิศคือ นางสาวกรพินธุ์  พ่วงโพธิ์ จาก  มศว.ประสานมิตร

หลังจากนั้น โครงการ  Thailand Coke Music Awards ก็เงียบหายไป ไม่มีการจัดในปีต่อ ๆ มา ไม่ทราบว่าเพราะเหตุผลใด  แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการประกวดที่มีทั้ง 6 ครั้ง ที่เราเข้าร่วมทุกครั้ง และแม้เราจะชนะเลิศได้เพียงครั้งเดียว  แต่เราก็ยังภูมิใจที่เราได้รักษามาตรฐานของเราในการที่สามารถยืนหยัดอยู่ใน รอบชิงชนะเลิศได้ทุกครั้ง    ถือว่าเป็นสถาบันเดียวที่ทำได้สำหรับเวทีนี้

                นี่คือเรื่องราวของ Coke Music Awards ที่จัดมาทั้ง  6  ครั้งและเป็นประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งของ ” ชาวดนตรีสากล จันทรเกษม”  สาระสำคัญอีกหลาย ๆ  ตอนอาจขาดหายไป   หรืออาจมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปบ้างก็โปรดอภัย  เนื่องจากการรวบรวมข้อมูลนั้นทำเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ของปี 2548 ซึ่งตำนาน Coke Music Awards นั้นได้ปิดฉากไปแล้วถึง  10  ปี   และด้วยวิธีการนั่งลำดับความทรงจำของผู้เขียนเอง จากซีดีบันทึกการแสดงที่มีอยู่ 23 แผ่นและสอบถามผู้อยู่ในเหตุการณ์หลาย ๆคน อาทิ เช่น

                             อาจารย์ธงชัย เหลืองทอง

                             อาจารย์สวรส (จุฑามาส) หิรัญกูล

                             อาจารย์หนุ่ม ธีรศักดิ์ วิหคทอง

                             คุณวีรยุทธ  จุนนารัตน์

                             คุณโอม  เปล่งขำ

                             คุณพูนศักดิ์  จตุรบูล

                ข้อเขียนนี้อาจจะดูไม่มีความหมายอะไรนักในวันนี้   แต่เชื่อว่าอย่างน้อย อีก 10 ปี  หรือ  20  ปีข้างหน้ามันคงมีประโยชน์สำหรับคนที่อยู่ในยุคนั้น   ได้อ่านเรื่องราวของตนเพื่อย้อนกลับไปมองอดีตอย่างมีความสุข    และจะเป็นประวัติศาสตร์เพื่อให้คนรุ่นหลังจะได้รู้ว่า  ครั้งหนึ่งในอดีตนั้นคนรุ่นเก่าเขาทำอะไรกันไว้บ้าง               

                                                                      ราเชนทร์  เหมือนชอบ

                                                                      12 กุมภาพันธ์ 2548